750px-Sun_Life.png



วิวัฒนาการของดาวฤกษ์
กลุ่มกาซและฝุ่นหดตัวจากแรงโน้มถ่วงจนมีพลังงานจลน์ ความหนาแน่นและความร้อนสูงมาก เมื่ออุณหภูมิมากกว่าล้านองศาเซลเซียส จะเกิดปฏิกิริยานิวเคลียร์ที่เปลี่ยนธาตุเบากลายเป็นธาตุหนักที่ใจกลาง ถ้าดาวมีความดันภายในสูงสมดุลย์กับแรงโน้มถ่วง ดาวมีขนาดคงที่จัดเป็นดาวในพวกขบวนใหญ่(Main Sequence) เมื่อธาตุเบาเปลี่ยนเป็นธาตุหนักที่ใจกลางหมด ภายในจะยุบตัว ส่งความร้อนให้ผิวนอกขยายตัวเป็นดาวยักษ์แดง (Red Giant Star) ใจกลางร้อนเปลี่ยนธาตุหนักให้หนักยิ่งขึ้น ถ้าดาวมีมวลน้อยเปลี่ยนได้ธาตุคาร์บอนจะไม่เปลี่ยนเป็นธาตุหนักขึ้นเป็นดาวแคระขาว(White Dwraf Star) มีมวล 1-1.5 เท่าของดวงอาทิตย์ ซึ่งต่อไปจะคายพลังงานออกจากตัวเปลี่ยนสีจนเป็นดาวแคระแดงและมืดไปในที่สุด ดาวที่มีมวล1.5-3 เท่าของดวงอาทิตย์ จะเปลี่ยนธาตุให้หนักยิ่งขึ้นจนกระทั่งได้ธาตุเหล็กที่ใจกลางซึ่งดูดพลังงานไว้จะทำให้เกิดการระเบิดเป็นมหานวดารา ( Supernova ) และมีนิวตริโน ( Neutrino ) อนุภาคสะเทินขนาดเล็กที่ไร้มวลหลุดออกมาในอวกาศ ส่วนแกนกลางจะยุบตัวเล็กลงเป็นดาวนิวตรอน ( Neutron Star )ที่อิเลกตรอนไม่โคจรรอบนิวเคลียสแต่เข้าไปอยู่รวมกับโปรตอน ดาวนิวตรอนมีขนาดราว 10 กิโลเมตร หมุนรอบตัวเองด้วยความเร็วสูงมาก และมีสนามแม่เหล็กที่เข้มมาก ส่งอนุภาคพลังงานสูงหลุดออกมาตามขั้วแม่เหล็ก คายคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ที่รับคลื่นวิทยุได้เป็นช่วงๆด้วยคาบสั้นมากที่เรียกว่าพัลซาร์ ( Pulsar) ถ้าดาวมีมวลมากกว่า 3 เท่าของดวงอาทิตย์ แรงโน้มถ่วงจะมากจนเกิดการหดตัวต่อไป ในที่สุดแสงก็หลุดจากตัวดาวไม่ได้ เรียกสภาพนี้ว่าหลุมดำ ( black hole) หากหลุมดำเป็นดาวคู่กับดาวยักษ์ ระบบนี้มีการโคจรร่วมศูนย์กลางของมวลเดียวกัน ชิ้นส่วนของดาวยักษ์ถูกหลุมดำดึงดูดตกไปหมุนวนรอบปากหลุม เกิดการคายคลื่นพลังงานสูงให้ค้นพบหลุมดำได้


กลุ่มดาว ( Constellation )
มีกลุ่มดาวทั้งหมด 88 กลุ่ม ดาวแต่ละดวงเคลื่อนที่ไม่สัมพันธ์กัน เพราะแต่ละดวงอยู่ห่างกัน ไม่มีแรงโน้มถ่วงซึ่งกันและกัน กลุ่มดาวเปลี่ยนแปลงรูปร่างช้าๆ เคลื่อนใน ทิศทางต่างๆกัน
กลุ่มดาวที่สังเกตุง่ายและใช้เป็นกลุ่มดาวหลักคือกลุ่มดาวหมีใหญ่ ( Ursar Major ) และกลุ่มดาวนายพราน (Orion ) บางส่วนของกลุ่มดาวหมีใหญ่เรียกว่ากลุ่มดาวกระบวย ( Big Dipper )มีดาว 7 ดวง
มีดาว 2 ดวงห่างกัน 5 องศาชี้ไปยังดาวเหนือที่อยู่ห่าง 30 องศา บางส่วนของดาวหมีใหญ่คนไทยเรียกว่ากลุ่มดาวจรเข้ ดาวเหนืออยู่ห่างจากขอบฟ้าเท่าเส้นรุ้งของผู้สังเกตการณ์ ถ้ามองจากประเทศไทยจะอยู่ห่างจากขอบฟ้าน้อยมากราว 10 องศาจึงสังเกตการณ์ยาก ดาวเหนืออยู่ในกลุ่มดาวหมีเล็ก(Ursa Minor)
กลุ่มดาวนายพรานหรือกลุ่มดาวเต่า มีดาวเบเทลเจียสสว่างที่สุด มีดาว 3ดวงเรียงกันเป็นเข็มขัดนายพรานหรือกลางหลังเต่า จากเข็มขัดลากไปพบดาวดาวซิริอุสที่เป็นดาวสว่างที่สุดในกลุ่มดาวสุนัขใหญ่(Canis Major) ถ้าลากไปด้านตรงข้ามพบกลุ่มดาววัว(Taurus) ลากต่อออกไปพบกระจุกดาวลูกไก่
สามเหลี่ยมหน้าหนาวคือเส้นที่ลากระหว่างดาวซิริอุส ดาวเบเทลเจียสและดาวโปรไซออนในกลุ่มดาวสุนัขเล็ก สามเหลี่ยมหน้าร้อนประกอบด้วยกลุ่มดาววีกาในกลุ่มดาวพิณ ดาวหางหงษ์ในกลุ่มดาวหงษ์ ดาวตานกอินทรีในกลุ่มดาวนกอินทรีย์ กลุ่มดาวม้าบินเป็นรูปสี่เหลี่ยมใหญ่บนท้องฟ้ามีดาราจักรแอนโดรมิดาที่ขาม้า
กลุ่มดาวในจักรราศี มีกลุ่มดาว 12 กลุ่มอยู่ตามแนวสุริยวิถี แต่ละกลุ่มอยู่ห่างกันราว 30 องศา ถ้าลากเส้นจากโลกดวงอาทิตย์ตรงกับกลุ่มดาวดาวก็จะเป็นกลุ่มดาวประจำเดือนนั้น

ระบบดาวหลายดวง
มีดาวเป็นจำนวนมากที่อยู่ใกล้กัน โคจรรอบศูนย์กลางของความโน้มถ่วงซึ่งกันและกัน จัดเป็นระบบดาวคู่ (Binary star) ระบบดาว 3 4 ดวงขึ้นไป จนเป็นกระจุกดาว ( star cluster ) :ซึ่งอาจมีดาวอยู่กันห่าง ๆ เป็นกระจุกดาวเปิด ( open cluster ) มีดาวอยู่ด้วยกัน 20 1,000 ดวง เช่น กระจุกดาวลูกไก่ และไฮยาดิส กระจุกดาวเปิดที่เห็นได้ เป็นกระจุกดาวที่อยู่ใกล้ๆ ถ้ากระจุกดาวมีดาวจำนวนมาก1,000 100,000 ดวง มาโคจรรอบศูนย์กลางของความโน้มถ่วงเดียวกันเรียกว่า กระจุกดาวทรงกลม ( globular cluster) เช่น กระจุกดาว 47 ทูคานา และกระจุกดาวโอเมกา เซนทอรีทางซีกฟ้าใต้ เป็นต้น


เนบูลา
เนบูลา ( Nebulae ) เป็นก้อนกาซระหว่างดวงดาวมีทั้งมืดและสว่าง และรูปร่างต่างๆ กันเนบูลามืดไม่มีดาวอยู่ใกล้เคียงให้รังสีต่อก้อนกาซ แต่เราเห็นได้เพราะมันบังดาวที่อยู่ข้างหลัง เช่นเนบูลาหัวม้า เนบูลามืดมีรูปร่างต่างๆ กัน ถ้ามีรูปร่างกลมเรียกว่าโกลบูล (globule) ซึ่งส่วนหนึ่งอยู่ในสภาวะเริ่มแรกของการเกิดดาว เนบูลาที่สว่าง สว่างเพราะการคายแสงและการสะท้อนแสง เนบูลามีลักษณะฟุ้งกระจายมีลักษณะต่าง ๆ กัน เช่น เนบูลาใหญ่ ( Great nebula ) .ในกลุ่มดาวนายพรานที่มีกาซอยู่ในขบวนการเกิดดาว เนบูลาปูเกิดจากซุปเปอร์โนวาหรือดาวใหญ่ระเบิด ชิ้นส่วนที่ระเบิดกลายเป็นเนบูลาซ่อนใจกลางดาวที่กลายเป็นดาวนิวตรอน เนบูลาสว่างที่มีลักษณะคล้ายวงแหวนล้อมรอบดาวตรงกลาง เรียกว่า เนบูลาดาวเคราะห์
( Planetary Nebula ) ส่วนที่เป็นวงแหวนเป็นก้อนกาซที่หลุดจากดาวระเบิดตรงกลาง